Revolax คืออะไร?
Revolax เป็นฟิลเลอร์ประเภท Cross-linked Hyaluronic Acid หรือ HA Filler
HA มีคุณสมบัติช่วยอุ้มน้ำและเพิ่มวอลลุ่ม เมื่อนำมาใช้ในตำแหน่งและชั้นที่เหมาะสม จึงสามารถช่วยเติมร่อง เติมบริเวณที่ยุบ หรือเพิ่มมิติให้กับใบหน้าได้
Revolax เป็นฟิลเลอร์เนื้อเจลแบบ Monophasic ซึ่งเนื้อเจลมีความเป็นเนื้อเดียวกัน และมีให้เลือกหลายระดับความหนืด เพื่อให้เหมาะกับงานแต่ละแบบ
Revolax มี 3 รุ่นหลัก ได้แก่ Fine, Deep และ Sub-Q ไล่ตั้งแต่เนื้อนุ่มสำหรับงานที่ต้องการความละเอียด ไปจนถึงเนื้อที่มีความคงรูปมากขึ้นสำหรับงานปรับโครงหน้า
รุ่นที่มี Lidocaine บรรจุ 1.1 ml ต่อ syringe และมี Lidocaine 0.3% ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์
Revolax มีรุ่นอะไรบ้าง?
Revolax Fine

เป็นรุ่นที่เนื้อนุ่มและบางเบาที่สุดใน 3 รุ่น เหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียดและไม่ต้องการเนื้อฟิลเลอร์ที่แข็งมาก
เหมาะกับบริเวณ เช่น
- ริ้วรอยตื้น
- รอยเล็ก ๆ บนใบหน้า
- บริเวณรอบดวงตาตามการประเมินของแพทย์
- ริ้วรอยบริเวณคอ
- ริมฝีปากในงานที่ต้องการความนุ่ม
- บริเวณที่ต้องการเติมแบบกลืนกับเนื้อเยื่อ
ผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบสำหรับการฉีดในชั้นผิวที่ค่อนข้างตื้น
อยู่ได้นานประมาณ 8–12 เดือน
Revolax Deep

เป็นเนื้อระดับกลาง มีความหนืดและการคงรูปมากกว่า Fine แต่ยังมีความยืดหยุ่นพอสำหรับบริเวณที่มีการเคลื่อนไหว
เหมาะกับงาน เช่น
- ร่องแก้ม
- ร่องมุมปาก
- ปาก
- หน้าผาก
- หน้าแก้ม
- คาง
- การเพิ่มวอลลุ่มในระดับปานกลาง
สามารถใช้ได้ตั้งแต่ชั้น Mid/Deep Dermis ไปจนถึง Subcutaneous ตามตำแหน่งที่ต้องการเติม
อยู่ได้นานประมาณ 12–18 เดือน
Revolax Sub-Q

เป็นรุ่นที่เนื้อแน่นและมีความหนืดมากที่สุดใน 3 รุ่น เหมาะกับจุดที่ต้องการการคงรูปและแรงพยุงมากขึ้น
มักเลือกใช้กับงานปรับรูปหน้า เช่น
- คาง
- กรอบหน้า
- หน้าแก้ม
- แก้มตอบในชั้นที่เหมาะสม
- จมูก
- ร่องลึก
- จุดที่ต้องการเพิ่ม Projection หรือ Contour
Sub-Q ถูกออกแบบสำหรับการฉีดในชั้นลึก จึงเหมาะกับงานสร้างมิติและพยุงโครงหน้ามากกว่า Fine และ Deep
อยู่ได้นานประมาณ 12–18 เดือน
Fine / Deep / Sub-Q ต่างกันยังไง?
ถ้าสรุปแบบง่าย ๆ
Fine
เนื้อนุ่มที่สุด เหมาะกับงานละเอียด ริ้วรอยตื้น และบริเวณที่ไม่ต้องการเนื้อแข็ง
Deep
เนื้อระดับกลาง ใช้ได้ค่อนข้างหลากหลาย ทั้งเติมร่อง เติมปาก และเพิ่มวอลลุ่ม
Sub-Q
เนื้อแน่นและคงรูปมากขึ้น เหมาะกับงานปรับโครงหน้า เช่น คาง หน้าแก้ม และกรอบหน้า
ไม่ได้หมายความว่า Sub-Q จะดีกว่ารุ่นอื่น แต่ต้องเลือกรุ่นให้เหมาะกับบริเวณที่จะฉีด
Revolax อยู่ได้นานแค่ไหน?
ระยะเวลาโดยประมาณของแต่ละรุ่นคือ
ระยะจริงของแต่ละคนอาจสั้นหรือยาวกว่านี้ได้ เพราะยังขึ้นอยู่กับ
- รุ่นที่ใช้
- จุดที่ฉีด
- ชั้นที่ฉีด
- ปริมาณที่ใช้
- การขยับของบริเวณนั้น
- การเผาผลาญของแต่ละคน
บริเวณที่ขยับบ่อยอย่างริมฝีปากอาจสลายเร็วกว่าจุดที่ใช้ฟิลเลอร์เนื้อแน่นในชั้นลึกเพื่อปรับโครงหน้า
Revolax มี Lidocaine ไหม?
รุ่น Revolax With Lidocaine มี Lidocaine 0.3% ผสมอยู่ในตัวผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยลดความรู้สึกเจ็บระหว่างฉีด
หากเคยมีประวัติแพ้ Lidocaine หรือยาชา ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ
Revolax 1 กล่องมีกี่ cc?
รุ่น With Lidocaine บรรจุ 1.1 ml หรือประมาณ 1.1 cc ต่อ syringe
จึงมีปริมาณมากกว่าฟิลเลอร์บางแบรนด์ที่บรรจุ 1.0 ml ต่อ syringe เล็กน้อย
Revolax ใช้เติมตรงไหนได้บ้าง?
ขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือกและชั้นที่ต้องการฉีด เช่น
- ใต้ตาในคนที่เหมาะกับการเติมฟิลเลอร์
- หน้าผาก
- ขมับ
- ริมฝีปาก
- ร่องแก้ม
- ร่องมุมปาก
- แก้มตอบ
- หน้าแก้ม
- คาง
- กรอบหน้า
- จมูก
- บริเวณที่สูญเสียวอลลุ่ม
แต่ละจุดต้องการเนื้อฟิลเลอร์ไม่เหมือนกัน จุดที่ขยับเยอะอาจต้องการความนุ่มและยืดหยุ่น ขณะที่งานปรับโครงหน้าจะต้องการการคงรูปมากกว่า
Revolax ฉีดปากได้ไหม?
ได้ค่ะ
ทั้ง Fine และ Deep สามารถถูกเลือกใช้กับริมฝีปากได้ตามลักษณะงาน
ถ้าต้องการความนุ่ม เติมรายละเอียด หรือเพิ่มวอลลุ่มแบบไม่แข็งมาก อาจเลือกเนื้อที่นุ่มกว่า
ถ้าต้องการวอลลุ่มหรือรูปทรงที่ชัดขึ้น แพทย์อาจเลือก Deep ตามทรงปากเดิมและผลที่ต้องการ
Revolax ฉีดคางได้ไหม?
ได้
งานคางมักต้องการฟิลเลอร์ที่มีการคงรูปและช่วยสร้าง Projection ได้ จึงมักเลือก Deep หรือ Sub-Q ตามโครงสร้างคางและระดับการปรับที่ต้องการ
ถ้าต้องเพิ่มความยาวหรือปรับมุมคางค่อนข้างชัด เนื้อที่มีแรงพยุงมากขึ้นจะเหมาะกับงานประเภทนี้มากกว่าเนื้อที่นุ่มมาก
Revolax ฉีดใต้ตาได้ไหม?
Revolax Fine เป็นรุ่นที่มีเนื้อนุ่มกว่า และมีข้อมูลการใช้งานกับบริเวณที่ต้องการเนื้อฟิลเลอร์ละเอียด
แต่ใต้ตาเป็นจุดที่ต้องดูมากกว่าแค่เลือกยี่ห้อ เพราะต้องเช็กทั้ง
- ร่องใต้ตา
- ถุงใต้ตา
- ความบางของผิว
- การบวมน้ำ
- โครงกระดูกใต้ตา
บางคนมีใต้ตาคล้ำจากสีผิวหรือเส้นเลือด ซึ่งฟิลเลอร์ไม่ได้แก้สาเหตุนั้นโดยตรง
Revolax ใช้กี่ cc?
ไม่มีจำนวนตายตัวค่ะ
ถ้าต้องการเติมเฉพาะจุดอาจใช้ประมาณ 1 syringe แต่ถ้าต้องปรับหลายบริเวณหรือมีวอลลุ่มที่ต้องเติมมาก ก็อาจใช้มากขึ้น
แพทย์จะดูจาก
- จุดที่ต้องการเติม
- รูปหน้าเดิม
- วอลลุ่มที่ขาด
- ความสมมาตร
- รุ่นที่เลือก
- ผลที่ต้องการ
ไม่จำเป็นต้องเติมเยอะที่สุด แต่ควรเติมให้พอดีกับสัดส่วนของใบหน้า
Revolax สลายได้ไหม?
ได้ค่ะ
Revolax เป็นฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid จึงสามารถใช้ Hyaluronidase ช่วยสลายได้หากจำเป็น
ก่อนสลายควรให้แพทย์ตรวจตำแหน่งและประเมินปริมาณฟิลเลอร์ก่อนทุกครั้ง
หลังฉีด Revolax กี่วันเข้าที่?
หลังฉีดจะเห็นวอลลุ่มและรูปทรงที่เปลี่ยนไปได้ทันที แต่ช่วงแรกอาจยังมีบวมจากเข็มและตัวฟิลเลอร์ร่วมด้วย
โดยทั่วไปควรรอประมาณ 1–2 สัปดาห์ ให้อาการบวมลดลงก่อนดูรูปทรงอีกครั้ง
ถ้าเป็นบริเวณปาก อาจมีอาการบวมชัดกว่าจุดอื่นในช่วงแรก
ฉีด Revolax แล้วบวมไหม?
หลังทำอาจมี
- บวม
- แดง
- รอยเข็ม
- รอยช้ำ
- เจ็บหรือตึงเล็กน้อย
ส่วนใหญ่อาการจะค่อย ๆ ลดลง
แต่ถ้ามีอาการ ปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ผิวซีด ผิวมีสีผิดปกติ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น ควรติดต่อแพทย์ทันที
Revolax ของแท้ดูยังไง?
ก่อนฉีดควรสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้จริงได้
สิ่งที่เช็กได้ เช่น
- ชื่อ REVOLAX
- รุ่น Fine / Deep / Sub-Q
- ระบุ With Lidocaine หากเป็นรุ่นที่มียาชา
- ปริมาณ 1.1 ml
- เลข Lot
- วันหมดอายุ
- ข้อมูลผู้ผลิต ACROSS
- ฉลากและข้อมูลผู้นำเข้าในประเทศไทย
- ข้อมูลบนกล่องและ syringe ตรงกัน
- สภาพบรรจุภัณฑ์เรียบร้อย
บรรจุภัณฑ์ Revolax ในแต่ละประเทศอาจมีรายละเอียดไม่เหมือนกัน จึงควรดูผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาใช้ในประเทศไทยเป็นหลัก
ที่ The Ality ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ได้ก่อนฉีด
ก่อนทำสามารถดูกล่อง รุ่น เลข Lot และผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้จริงได้
เปิดกล่องให้ดูก่อนใช้ ตรวจสอบได้ และไม่มีเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ลับหลัง
เพราะเวลาเลือกฟิลเลอร์ ไม่ได้สำคัญแค่ว่าใช้กี่ cc แต่ต้องรู้ด้วยว่าเป็นรุ่นไหน และเนื้อรุ่นนั้นเหมาะกับจุดที่ต้องการเติมหรือไม่
ข้อมูล Revolax
- ประเภท: Cross-linked Hyaluronic Acid Filler
- ผู้ผลิต: ACROSS Co., Ltd.
- ประเทศ: เกาหลีใต้
- โครงสร้างเจล: Monophasic
- Lidocaine: 0.3% ในรุ่น With Lidocaine
- ปริมาณ: 1.1 ml / syringe
- มี 3 รุ่นหลัก: Fine / Deep / Sub-Q
- การเก็บรักษา: 2–25°C
ในประเทศไทย Revolax ได้รับอนุญาตผลิตภัณฑ์และมีการนำเข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
