Restylane Classic ใช้เทคโนโลยี NASHA™ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีดั้งเดิมของ Restylane ให้เนื้อเจลค่อนข้างแน่น ไม่ฟูมาก และยังคงรูปได้ดีเมื่อฉีดในชั้นที่เหมาะสม
Restylane Classic คืออะไร?
Restylane Classic เป็นฟิลเลอร์ประเภท Cross-linked Hyaluronic Acid หรือ HA Filler
ตัว HA ช่วยเพิ่มวอลลุ่มและอุ้มน้ำ เมื่อฉีดเข้าไปในบริเวณที่ต้องการเติม จึงช่วยให้ร่องดูตื้นขึ้น เติมส่วนที่ยุบ และปรับ contour ของใบหน้าได้
เนื้อของ Classic จะค่อนข้างแน่นกว่า Restylane รุ่นที่ออกแบบมาให้ยืดหยุ่นมากอย่าง Refyne หรือ Defyne จึงเหมาะกับงานที่ต้องการให้เนื้อฟิลเลอร์ช่วยพยุงรูปทรงในระดับหนึ่ง
Restylane Classic ใช้เทคโนโลยี NASHA™ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีดั้งเดิมของ Restylane ให้เนื้อเจลค่อนข้างแน่น ไม่ฟูมาก และยังคงรูปได้ดีเมื่อฉีดในชั้นที่เหมาะสม
NASHA™ Technology คืออะไร?
NASHA ย่อมาจาก Non-Animal Stabilized Hyaluronic Acid
เป็นเทคโนโลยีของ Restylane ที่ช่วยทำให้ Hyaluronic Acid มีความคงตัวและอยู่ในเนื้อเยื่อได้นานกว่า HA ที่ไม่ได้ผ่านการ Cross-link
ลักษณะของฟิลเลอร์ในกลุ่ม NASHA จะค่อนข้างเน้นเรื่อง การคงรูปและแรงพยุง มากกว่าความยืดหยุ่นสูงแบบกลุ่ม OBT ของ Restylane
Restylane Classic และ Restylane Lyft เป็นตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยี NASHA
Restylane Classic เนื้อเป็นยังไง?
Classic เป็นเนื้อระดับกลางค่อนไปทางแน่น
จุดเด่นคือ
- คงรูปได้ดี
- ไม่ฟูมากเกินไป
- เติมร่องได้ดี
- สามารถใช้เพิ่มวอลลุ่มในบางบริเวณ
- ยังให้รูปทรงที่ดูเป็นธรรมชาติเมื่อเลือกชั้นและปริมาณเหมาะสม
จึงเป็นรุ่นที่ใช้ได้ค่อนข้างหลากหลาย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกจุดบนใบหน้า
Restylane Classic ใช้เติมตรงไหนได้บ้าง?
ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ Restylane Classic สามารถใช้สำหรับเติมริ้วรอย เพิ่มวอลลุ่ม และปรับ contour ของใบหน้าได้
บริเวณที่แพทย์อาจเลือกใช้ เช่น
- ร่องแก้ม
- ร่องมุมปาก
- แก้ม
- บริเวณที่มีร่องหรือวอลลุ่มลดลง
- ริมฝีปากในบางลักษณะงาน
- จุดที่ต้องการเนื้อฟิลเลอร์ค่อนข้างแน่นแต่ไม่แข็งมาก
บริเวณที่ผิวบางมาก เช่น ใต้ตา ต้องประเมินเป็นพิเศษ เพราะปัจจุบัน Restylane มีรุ่นที่ถูกออกแบบสำหรับบริเวณใต้ตาโดยเฉพาะด้วย
Restylane Classic เหมาะกับใคร?
อาจเหมาะกับคนที่
- มีร่องแก้มชัดขึ้น
- มีร่องมุมปาก
- ใบหน้าบางจุดเริ่มสูญเสียวอลลุ่ม
- ต้องการฟิลเลอร์ที่คงรูปได้ดี
- ไม่ต้องการเนื้อที่ฟูมาก
- ต้องการเติมร่องพร้อมเพิ่มวอลลุ่มเล็กน้อย
- ต้องการ HA Filler ที่สามารถสลายได้หากจำเป็น
Restylane Classic อยู่ได้นานแค่ไหน?
ระยะจริงของแต่ละคนอาจสั้นหรือยาวกว่านี้ได้ตามบริเวณที่ฉีด ปริมาณ และการขยับของใบหน้า
มีงานวิจัยของ Restylane ในบริเวณร่องแก้มที่ติดตามผลถึง 12 เดือน และงานบางชิ้นยังพบผู้ที่คงเห็นการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องในช่วง 13–15 เดือน หลังทำ
จึงควรมองช่วง 8–12 เดือนเป็นระยะโดยประมาณ มากกว่าจะเป็นตัวเลขที่ทุกคนต้องได้เท่ากัน
สิ่งที่มีผลต่อระยะเวลา เช่น
- จุดที่ฉีด
- ชั้นที่ฉีด
- ปริมาณที่ใช้
- การขยับของบริเวณนั้น
- การเผาผลาญของแต่ละคน
- รูปแบบการเติมและการทำซ้ำในอดีต
Restylane Classic ต่างจาก Lyft ยังไง?
ทั้งคู่ใช้เทคโนโลยี NASHA แต่เนื้อและงานที่เหมาะต่างกัน
Restylane Classic
เนื้อแน่นในระดับกลาง เหมาะกับการเติมร่องและเพิ่มวอลลุ่มในจุดที่ไม่ต้องการแรงพยุงสูงมาก
Restylane Lyft
มีเนื้อที่แน่นและพยุงได้มากกว่า จึงเหมาะกับงานเพิ่ม Projection หรือปรับโครงหน้าในชั้นลึก เช่น คางและหน้าแก้ม
Restylane Classic ต่างจาก Kysse ยังไง?
Classic
เน้นความคงรูปและแรงพยุงจากเทคโนโลยี NASHA
Kysse
ถูกออกแบบมาเพื่อริมฝีปากโดยเฉพาะ ใช้เทคโนโลยี OBT/XpresHAn ทำให้เนื้อมีความยืดหยุ่นและเคลื่อนไหวไปกับริมฝีปากได้มากกว่า
ถ้าต้องการทำปาก แพทย์จึงอาจเลือกระหว่าง Classic หรือ Kysse ตามลักษณะปากและทรงที่ต้องการ
Restylane Classic ต่างจาก Defyne และ Refyne ยังไง?
Classic ใช้ NASHA Technology เนื้อจึงค่อนข้างแน่นและคงรูป
ส่วน Defyne และ Refyne ใช้เทคโนโลยี OBT ซึ่งเน้นความยืดหยุ่นและการเคลื่อนไหวไปกับใบหน้ามากขึ้น
จึงมักเหมาะกับงานคนละแบบ
- Classic → เน้นคงรูปและเติมร่อง
- Refyne → เนื้อนุ่มและยืดหยุ่น
- Defyne → ยืดหยุ่นแต่มีแรงพยุงมากกว่า Refyne
Restylane Classic มี Lidocaine ไหม?
มีค่ะ
Restylane Classic Lidocaine มี Lidocaine 3 mg/ml หรือ 0.3% ผสมอยู่ในเนื้อฟิลเลอร์ เพื่อช่วยลดความรู้สึกเจ็บระหว่างฉีด
หากมีประวัติแพ้ Lidocaine หรือยาชากลุ่ม Amide ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ
Restylane Classic ฉีดร่องแก้มได้ไหม?
ได้ค่ะ
Restylane เป็นหนึ่งใน HA Filler ที่มีงานวิจัยเกี่ยวกับการแก้ร่องแก้มมาอย่างต่อเนื่อง
เนื้อของ Classic มีความแน่นและสามารถช่วยพยุงร่องได้ แต่ร่องแก้มไม่ได้เกิดจากร่องโดยตรงทุกคน
บางคนมีวอลลุ่มช่วงหน้าแก้มหายไปจนทำให้ร่องแก้มเห็นชัดขึ้น ในกรณีนี้แพทย์อาจต้องเติมบริเวณที่ช่วยพยุงใบหน้าก่อนหรือร่วมกับการเติมลงร่อง
Restylane Classic ฉีดปากได้ไหม?
ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ Restylane Classyc Lidocaine สามารถใช้สำหรับ Lip Enhancement ได้
แต่ Restylane มีรุ่น Kysse ที่ออกแบบมาสำหรับริมฝีปากโดยเฉพาะด้วย
การเลือกรุ่นจึงขึ้นอยู่กับว่าต้องการ
- เพิ่มวอลลุ่ม
- เก็บขอบปาก
- ปรับทรง
- ต้องการความนุ่มหรือความคงรูปประมาณไหน
ไม่จำเป็นว่าปากทุกแบบจะต้องใช้รุ่นเดียวกัน
Restylane Classic สลายได้ไหม?
ได้ค่ะ
Restylane Classic เป็นฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid จึงสามารถใช้ Hyaluronidase ช่วยสลายได้ หากแพทย์เห็นว่าจำเป็น
ก่อนสลายควรให้แพทย์ดูตำแหน่งและประเมินปริมาณฟิลเลอร์ก่อนทุกครั้ง
หลังฉีด Restylane Classic กี่วันเข้าที่?
หลังฉีดสามารถเห็นวอลลุ่มและความเปลี่ยนแปลงได้ทันที แต่ช่วงแรกอาจยังมีอาการบวมจากเข็มและการฉีดร่วมด้วย
โดยทั่วไปควรรอประมาณ 1–2 สัปดาห์ ให้อาการบวมลดลงก่อนดูรูปทรงอีกครั้ง
แต่ละบริเวณอาจใช้เวลาไม่เท่ากัน โดยเฉพาะบริเวณริมฝีปากที่มักบวมได้มากกว่าจุดอื่น
ฉีด Restylane Classic แล้วบวมไหม?
หลังทำอาจมี
- บวม
- แดง
- รอยเข็ม
- รอยช้ำ
- เจ็บหรือตึงเล็กน้อย
อาการส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ลดลงหลังทำ
หากมีอาการ ปวดรุนแรงผิดปกติ ผิวซีดหรือสีผิวเปลี่ยนชัดขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีความผิดปกติเกี่ยวกับการมองเห็น ควรติดต่อแพทย์ทันที
Restylane Classic ของแท้ดูยังไง?
ก่อนฉีดสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้จริงได้
สิ่งที่ควรเช็ก เช่น
- ชื่อ Restylane
- ชื่อรุ่น Classic / Classyc
- เลข Lot บนกล่องและ syringe
- วันหมดอายุ
- เลขทะเบียน อย.
- มีเอกสารกำกับภาษาไทย
- สภาพกล่องเรียบร้อย
- ข้อมูลบนกล่องและ syringe ตรงกัน
สำหรับผลิตภัณฑ์ Restylane ที่นำเข้าโดย Galderma Thailand สามารถตรวจสอบเพิ่มเติมผ่าน QR Code / eZTracker และตรวจสอบเลข Lot กับ Galderma Thailand ได้
ข้อมูล Restylane Classic
- แบรนด์: Restylane®
- บริษัท: Galderma
- ผู้ผลิต: Q-Med AB
- ประเทศผู้ผลิต: สวีเดน
- ประเภท: Stabilized Hyaluronic Acid Filler
- Hyaluronic Acid: 20 mg/ml
- Lidocaine: 3 mg/ml หรือ 0.3%
- ปริมาณ: 1 ml / syringe
- เทคโนโลยี: NASHA™
- ลักษณะเจล: เนื้อค่อนข้างแน่นและคงรูป
Restylane Classic เป็นฟิลเลอร์ HA ที่ไม่ได้มาจากสัตว์ และมี Lidocaine ผสมอยู่เพื่อช่วยลดความรู้สึกเจ็บระหว่างฉีด

