Allergan คืออะไร?
Allergan เป็นชื่อที่คนไทยคุ้นเคยสำหรับ BOTOX® ซึ่งมีสารออกฤทธิ์ Botulinum Toxin Type A หรือในชื่อเฉพาะของผลิตภัณฑ์ว่า onabotulinumtoxinA
ตัวยาจะออกฤทธิ์บริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ ทำให้การส่งสัญญาณที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อหดตัวลดลงชั่วคราว
จึงนำมาใช้กับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของกล้ามเนื้อ เช่น ริ้วรอยจากสีหน้า หรือในแผนปรับกล้ามเนื้อบางบริเวณของใบหน้า
BOTOX Cosmetic อธิบายกลไกว่าเป็นการลดกิจกรรมของกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดรอยจากการขมวด ยิ้ม หรือยกคิ้วแบบชั่วคราว BOTOX®
ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทยเป็นขนาด 100 Units / vial ผลิตโดย Allergan Pharmaceuticals Ireland ประเทศไอร์แลนด์ และผู้รับอนุญาตในไทยปัจจุบันคือ บริษัท แอ๊บวี่ ฟาร์มาซูติคอลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เลขทะเบียน 1C 21/55(NB) โดยสถานะทะเบียนยังคงอยู่ในฐานข้อมูล อย. ไทย National Drug Information
Allergan ใช้สายพันธุ์อะไร?
BOTOX Cosmetic ผลิต Botulinum Neurotoxin Type A จากเชื้อ Clostridium botulinum Hall strain
ผ่านกระบวนการเพาะเลี้ยงและทำให้บริสุทธิ์จนได้ Botulinum Neurotoxin Type A Complex สำหรับใช้ในผลิตภัณฑ์
ข้อมูล Product Monograph ของ BOTOX Cosmetic ระบุ Hall strain โดยตรงค่ะ Allergan Media
สำหรับการฉีดจริง ผลไม่ได้ตัดสินจากสายพันธุ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับ ตำแหน่ง จำนวนยูนิต เทคนิค และลักษณะกล้ามเนื้อของแต่ละคน
Unit ของ Allergan เทียบกับโบท็อกยี่ห้ออื่นได้ไหม?
ไม่ควรเทียบแบบ 1:1 ค่ะ
เอกสารกำกับ BOTOX ระบุชัดว่า Unit ของผลิตภัณฑ์ Botulinum Toxin แต่ละแบรนด์ ไม่สามารถนำมาเทียบหรือแปลงเป็น Unit ของอีกผลิตภัณฑ์โดยตรง
เพราะแต่ละผลิตภัณฑ์มีวิธีผลิตและระบบวัด Biological Potency ของตัวเอง Allergan Media
ดังนั้น
50 Units ของแบรนด์หนึ่ง ≠ 50 Units ของอีกแบรนด์โดยอัตโนมัติ
แพทย์ต้องคำนวณตามผลิตภัณฑ์ที่ใช้จริง
Allergan มีส่วนประกอบอะไร?
สำหรับขนาด 100 Units
ประกอบด้วย
- Botulinum Toxin Type A — 100 Units
- Human Albumin — 0.5 mg
- Sodium Chloride — 0.9 mg
โดยมาในรูปแบบ Sterile Powder และไม่มีสารกันเสียในขวดค่ะ DailyMed
Allergan ช่วยเรื่องอะไร?
ในการใช้งานด้านความงาม Botulinum Toxin จะเหมาะกับปัญหาที่เกี่ยวกับ กล้ามเนื้อ
ที่ The Ality สามารถแบ่งโปรแกรมหลักได้เป็น
Botox ริ้วรอย
สำหรับริ้วที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เช่น
- หน้าผาก
- ระหว่างคิ้ว
- หางตา
เมื่อกล้ามเนื้อบริเวณนั้นทำงานลดลง รอยที่เกิดจากการพับของผิวก็จะดูเบาลง
Botox กราม
เหมาะกับคนที่ช่วงกรามดูกว้างจาก กล้ามเนื้อ Masseter
การลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณนี้สามารถทำให้ขนาดกล้ามเนื้อค่อย ๆ ลดลงตามเวลาและช่วยให้ช่วงล่างของใบหน้าดูเบาลง
แต่ถ้าหน้าใหญ่จากกระดูกหรือไขมัน Botox กรามไม่ได้แก้สาเหตุนั้นโดยตรง
Botox Lift
ใช้วางแผนกับกล้ามเนื้อบางส่วนบริเวณกรอบหน้าและลำคอ เพื่อช่วยลดแรงดึงลงของกล้ามเนื้อ
เป้าหมายจึงต่างจาก Botox กรามที่เน้นลดขนาด Masseter
ผลและจำนวน Unit ต้องดูจากกล้ามเนื้อและโครงหน้าของแต่ละคน
ข้อบ่งใช้ของ Botulinum Toxin แตกต่างกันในแต่ละประเทศและแต่ละบริเวณ การใช้กับกรามหรือเทคนิค Facial Lifting จึงควรวางตามข้อบ่งใช้ผลิตภัณฑ์และการประเมินของแพทย์
Allergan เห็นผลเมื่อไหร่?
สำหรับริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา ข้อมูล BOTOX Cosmetic ระบุว่า
สามารถเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ประมาณ 1–2 วัน
และผลจะค่อย ๆ ชัดขึ้น โดยการประเมินผลเต็มที่ในข้อมูลการศึกษาของแบรนด์อยู่ที่ประมาณ 30 วัน BOTOX®
ไม่ได้หมายความว่าต้องรอ 30 วันถึงจะเห็นผลนะคะ ส่วนใหญ่อาจรู้สึกว่ากล้ามเนื้อเริ่มทำงานลดลงก่อนหน้านั้น เพียงแต่ผลยังสามารถเปลี่ยนต่อได้
Botox กรามเห็นผลช้ากว่าริ้วรอยไหม?
โดยธรรมชาติแล้ว การลดการทำงานของกล้ามเนื้อเกิดก่อนการลดขนาดของกล้ามเนื้อ
ดังนั้น Botox ริ้วรอยอาจรู้สึกถึงการขยับที่ลดลงก่อน ขณะที่งานกรามต้องรอให้ Masseter ค่อย ๆ ลดขนาดตามเวลา จึงไม่ได้ประเมินรูปหน้าในช่วง 1–2 วันเหมือนริ้วรอย
Allergan อยู่ได้นานแค่ไหน?
สำหรับ BOTOX Cosmetic บริเวณ
- หน้าผาก
- ระหว่างคิ้ว
- หางตา
ข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่า ผลสามารถอยู่ได้นานสูงสุดประมาณ 4 เดือน BOTOX®
แต่ระยะจริงของแต่ละคนไม่เท่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับ
- ขนาดและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
- จำนวน Unit
- ตำแหน่งฉีด
- การตอบสนองของร่างกาย
- บริเวณที่ทำ
สำหรับ Botox กราม ไม่ควรนำคำว่า “สูงสุด 4 เดือน” จากข้อมูลริ้วรอยบนใบหน้ามาใช้เป็นตัวเลขตายตัว เพราะเป้าหมายคือการเปลี่ยนแปลงของขนาดกล้ามเนื้อ ไม่ใช่เพียงการลด Movement ของริ้วรอย
Allergan ต้องใช้กี่ Unit?
ไม่มีจำนวน Unit เดียวสำหรับทุกคนค่ะ
ต้องดู
- บริเวณ
- ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
- รูปหน้า
- ความสมมาตร
- ผลที่ต้องการ
- ผลจากการฉีดครั้งก่อน
ตัวอย่างเช่น คนที่มีกล้ามเนื้อกรามใหญ่ชัดกับคนที่มีกรามเพียงเล็กน้อยย่อมไม่จำเป็นต้องใช้ปริมาณเท่ากัน
จึงควรวาง Unit จากกล้ามเนื้อจริง มากกว่าเลือกจากแพ็กเกจจำนวน Unit อย่างเดียว
Allergan ทำให้หน้าตึงหรือแข็งไหม?
Botulinum Toxin ไม่ได้จำเป็นต้องทำให้ใบหน้า “แข็ง”
เป้าหมายคือ ลดการทำงานของกล้ามเนื้อในระดับที่เหมาะกับบริเวณ
ถ้าใช้จำนวนมากเกินไปหรือวางตำแหน่งไม่เหมาะสม อาจส่งผลต่อ Movement และ Expression ได้
แพทย์จึงต้องดูทั้งกล้ามเนื้อและสีหน้าของแต่ละคนก่อนวาง Unit
Allergan ต่างจากโบท็อกเกาหลียังไง?
หลักการทำงานเหมือนกันตรงที่เป็น Botulinum Toxin Type A แต่แต่ละผลิตภัณฑ์แตกต่างกันในเรื่อง
- กระบวนการผลิต
- Formulation
- วิธีวัด Potency
- Unit ของผลิตภัณฑ์
- Protein Complex
- ข้อมูลการศึกษาทางคลินิก
- ทะเบียนและข้อบ่งใช้
จึงไม่ควรตัดสินว่าแบรนด์หนึ่ง “แรงกว่า” หรือ “ดื้อยาน้อยกว่า” จากประเทศผู้ผลิตเพียงอย่างเดียว
สำหรับ Allergan จุดที่มีข้อมูลชัดคือ BOTOX Cosmetic มีประวัติการศึกษาและการใช้งานด้าน Aesthetic มายาวนาน และ Unit ของผลิตภัณฑ์เป็นระบบเฉพาะของ BOTOX เอง BOTOX®
Allergan ได้ FDA ไหม?
BOTOX Cosmetic ได้รับการอนุมัติจาก US FDA
สำหรับข้อบ่งใช้ด้านความงามในสหรัฐฯ ปัจจุบัน ได้แก่ การปรับลักษณะของ
- Frown Lines
- Crow’s Feet
- Forehead Lines
- Vertical Platysma Bands บริเวณคอและกรอบหน้า
ในผู้ใหญ่ตามข้อบ่งใช้ที่กำหนด BOTOX®
แต่บนเว็บไซต์ไทยควรแยกให้ชัดว่า
US FDA Approval ≠ ข้อบ่งใช้ที่ได้รับอนุมัติในประเทศไทยทุกบริเวณ
สำหรับประเทศไทย ควรอ้างอิงทะเบียนยาไทยเป็นหลัก
Allergan มี อย. ไทยไหม?
มีค่ะ
ข้อมูลฐานยา อย. ไทยระบุ
ชื่อการค้า: BOTOX สารสำคัญ: Botulinum Toxin Type A ความแรง: 100 Units / vial เลขทะเบียน: 1C 21/55(NB) ผู้ผลิต: Allergan Pharmaceuticals Ireland ประเทศ: Ireland ผู้รับอนุญาต: AbbVie Pharmaceuticals (Thailand) Ltd.
และทะเบียนมีสถานะ คงอยู่ National Drug Information
Allergan ของแท้ดูยังไง?
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ในประเทศไทย ควรตรวจสอบอย่างน้อย
- ชื่อ BOTOX
- ขนาด 100 Units / vial
- เลขทะเบียน 1C 21/55(NB)
- ชื่อผู้ผลิต Allergan Pharmaceuticals Ireland
- ข้อมูลผู้รับอนุญาตในไทย AbbVie Pharmaceuticals (Thailand)
- Lot
- วันหมดอายุ
- ฉลากภาษาไทย/ข้อมูลผลิตภัณฑ์สำหรับประเทศไทย
- กล่องและขวดต้องตรงกัน
- บรรจุภัณฑ์ยังไม่ถูกเปิดก่อนใช้
AbbVie ยังระบุคุณลักษณะด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ BOTOX ในหลายตลาด เช่น tamper-evident seal และ hologram “Allergan” บนฉลากขวด แต่รายละเอียดบรรจุภัณฑ์อาจแตกต่างกันตามประเทศและล็อต จึงควรใช้ฉลากไทยและข้อมูลทะเบียนเป็นตัวตรวจหลักค่ะ Allergan Aesthetics News
หลังฉีด Allergan มีอาการอะไรได้บ้าง?
อาการบริเวณที่ฉีดที่พบได้ เช่น
- แดง
- บวมเล็กน้อย
- รอยเข็ม
- รอยช้ำ
- เจ็บหรือตึงบริเวณที่ฉีด
- ปวดศีรษะในบางคน
ผลข้างเคียงบางอย่างขึ้นอยู่กับตำแหน่ง เช่น หนังตาหรือคิ้วตก รวมถึงความอ่อนแรงของกล้ามเนื้อบริเวณใกล้เคียงได้ BOTOX®
อาการแบบไหนควรพบแพทย์ทันที?
Botulinum Toxin ทุกแบรนด์มีคำเตือนเรื่องการกระจายของฤทธิ์ออกจากบริเวณที่ฉีด แม้จะพบไม่บ่อย
หากมีอาการ เช่น
- กลืนลำบาก
- พูดลำบาก
- หายใจลำบาก
- กล้ามเนื้ออ่อนแรงผิดปกติหลายบริเวณ
- เห็นภาพซ้อนหรืออาการทางสายตาที่ผิดปกติมาก
ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์ทันทีค่ะ DailyMed
ข้อมูล Allergan
- ชื่อที่ใช้บนเว็บ: Allergan
- ชื่อผลิตภัณฑ์: BOTOX®
- สารสำคัญ: Botulinum Toxin Type A
- ชื่อผลิตภัณฑ์เชิงวิทยาศาสตร์: onabotulinumtoxinA
- ความแรงในไทย: 100 Units / vial
- รูปแบบ: Sterile Powder สำหรับผสมก่อนฉีด
- ผู้ผลิต: Allergan Pharmaceuticals Ireland
- ประเทศผู้ผลิต: Ireland
- ผู้รับอนุญาตในประเทศไทย: AbbVie Pharmaceuticals (Thailand) Ltd.
- เลขทะเบียน อย. ไทย: 1C 21/55(NB)

