โบท็อกซ์ริ้วรอย คืออะไร?
โบท็อกซ์ริ้วรอยคือการฉีด Botulinum Toxin เข้าไปยังกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า
ตัวยาจะช่วยลดการส่งสัญญาณระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดทำงานลดลงชั่วคราว
เมื่อกล้ามเนื้อขยับน้อยลง รอยที่เกิดจากการย่น ขมวด หรือยิ้มซ้ำ ๆ ก็จะดูน้อยลงตามไปด้วย
จุดเด่นของโบท็อกซ์ริ้วรอย
- ช่วยลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า
- ทำได้หลายบริเวณ เช่น หน้าผาก ขมวดคิ้ว และหางตา
- ปรับปริมาณได้ตามแรงกล้ามเนื้อของแต่ละคน
- สามารถทำให้ริ้วรอยลดลงโดยยังคงสีหน้าเป็นธรรมชาติได้
- ใช้เวลาในการทำไม่นาน
- ไม่ต้องพักฟื้นนาน
โบท็อกซ์ริ้วรอยทำตรงไหนได้บ้าง?
รอยหน้าผาก
เป็นเส้นแนวนอนที่เห็นเวลายกคิ้ว ยิ่งใช้กล้ามเนื้อหน้าผากบ่อย รอยก็อาจเห็นชัดขึ้น
โบท็อกซ์จะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณนี้ขยับน้อยลง ทำให้รอยหน้าผากดูเบาลง
รอยขมวดคิ้ว
เป็นรอยบริเวณหว่างคิ้วที่เห็นเวลาขมวดหรือทำหน้าจริงจัง
หลังฉีด กล้ามเนื้อบริเวณนี้จะเกร็งน้อยลง รอยขมวดจึงดูซอฟต์ลง
รอยหางตา
มักเห็นชัดเวลายิ้มหรือหัวเราะ เกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อรอบดวงตา
โบท็อกซ์ช่วยลดการขยับบางส่วน ทำให้เส้นบริเวณหางตาดูน้อยลงเวลายิ้ม

เหมาะกับใคร?
อาจเหมาะกับคนที่
- มีรอยหน้าผากเวลายกคิ้ว
- มีรอยขมวดคิ้ว
- มีรอยหางตาเวลายิ้ม
- เริ่มรู้สึกว่าริ้วรอยเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ
- อยากลดริ้วรอยแต่ยังอยากให้หน้าดูเป็นธรรมชาติ
- เคยฉีดโบท็อกซ์และต้องการกลับมาเช็กก่อนฉีดซ้ำ
ริ้วรอยแบบไหนที่โบท็อกซ์ช่วยได้?
ถ้าเป็นรอยที่ เห็นชัดตอนขยับหน้า เช่น ยกคิ้วแล้วมีรอยหน้าผาก หรือยิ้มแล้วมีรอยหางตา โบท็อกซ์จะช่วยได้ตรงจุด เพราะต้นเหตุหลักมาจากการทำงานของกล้ามเนื้อ
แต่ถ้ารอยลึกจนเห็นชัดแม้ตอนหน้านิ่ง แปลว่าอาจมีเรื่องของผิวและร่องที่เกิดขึ้นแล้วร่วมด้วย
ในกรณีนี้โบท็อกซ์ช่วยลดการขยับซ้ำ ๆ ได้ แต่รอยอาจไม่ได้หายหมดในครั้งเดียว
ฉีดแล้วหน้าจะแข็งไหม?
ไม่จำเป็นต้องแข็งค่ะ
ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งและปริมาณที่ใช้ สามารถวางแผนให้ริ้วรอยลดลง แต่ยังขยับคิ้ว ยิ้ม และแสดงสีหน้าได้
ก่อนฉีดสามารถบอกแพทย์ได้เลยว่าอยากได้แบบธรรมชาติ ไม่อยากให้หน้านิ่งเกินไป
โบท็อกซ์ช่วยไม่ให้รอยลึกขึ้นได้ไหม?
การขยับกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ริ้วรอยเห็นชัดขึ้นตามเวลา
เมื่อกล้ามเนื้อขยับน้อยลง ผิวก็ถูกพับซ้ำน้อยลง จึงช่วยลดแรงที่ทำให้รอยเดิมชัดขึ้นได้
แต่ริ้วรอยยังเกี่ยวกับเรื่องอื่นด้วย เช่น อายุ แสงแดด และคุณภาพผิว จึงไม่ใช่ว่าโบท็อกซ์จะดูแลริ้วรอยได้ทุกแบบ
ควรเริ่มฉีดตอนอายุเท่าไร?
ไม่มีอายุที่ตายตัว
บางคนอายุน้อยแต่ใช้กล้ามเนื้อหน้าผากเยอะจนเริ่มมีรอยชัด ขณะที่บางคนอายุมากขึ้นแล้วยังมีริ้วรอยไม่มาก
จึงควรดูจากลักษณะริ้วรอยจริงมากกว่าอายุ
ใช้กี่ยูนิต?
แต่ละคนใช้ไม่เท่ากัน เพราะแรงกล้ามเนื้อและรูปหน้าต่างกัน
แพทย์จะดูทั้ง
- จุดที่ต้องการฉีด
- แรงของกล้ามเนื้อ
- รูปคิ้ว
- การยกคิ้วและการแสดงสีหน้า
- ความชัดของริ้วรอย
- ผลลัพธ์ที่ต้องการ
เป้าหมายไม่ใช่การใช้ยูนิตให้เยอะที่สุด แต่ใช้ให้พอดีกับกล้ามเนื้อของแต่ละคน
ฉีดหลายบริเวณพร้อมกันได้ไหม?
ได้ สามารถทำหลายจุดพร้อมกัน เช่น
- หน้าผาก + ขมวดคิ้ว
- ขมวดคิ้ว + หางตา
- หน้าผาก + ขมวดคิ้ว + หางตา
แต่แพทย์จะดูการทำงานของกล้ามเนื้อทั้งหมดร่วมกันก่อน เพราะแต่ละส่วนเชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะหน้าผากและคิ้ว
ฉีดหน้าผากแล้วคิ้วตกได้ไหม?
มีโอกาสเกิดขึ้นได้ หากตำแหน่งหรือปริมาณไม่เหมาะกับการทำงานของกล้ามเนื้อ
กล้ามเนื้อหน้าผากมีหน้าที่ยกคิ้ว ถ้าลดการทำงานมากเกินไป บางคนอาจรู้สึกหนักหน้าผากหรือรู้สึกว่าคิ้วต่ำลง
ก่อนฉีดจึงควรดูรูปคิ้ว หนังตา และพฤติกรรมการยกคิ้วร่วมกัน
หลังฉีดเห็นผลเมื่อไร?
โบท็อกซ์ไม่ได้เห็นผลเต็มที่ทันทีหลังฉีด
หลังทำ กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ ขยับน้อยลง และริ้วรอยจะค่อย ๆ ดูเบาลงตามการออกฤทธิ์ของยา
ควรรอให้ตัวยาทำงานเต็มที่ก่อนประเมินผล และไม่ควรรีบฉีดเพิ่มเองในช่วงแรก
โบท็อกซ์ริ้วรอยอยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลของโบท็อกซ์เป็นแบบชั่วคราว
เมื่อเวลาผ่านไป กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมาขยับมากขึ้น และริ้วรอยเวลาทำสีหน้าก็อาจเริ่มกลับมา
ระยะเวลาของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับแรงกล้ามเนื้อ ปริมาณที่ใช้ และการตอบสนองของร่างกาย
ต้องฉีดซ้ำบ่อยแค่ไหน?
ไม่จำเป็นต้องนับเดือนแล้วฉีดซ้ำเหมือนกันทุกคน
เมื่อรู้สึกว่ากล้ามเนื้อเริ่มกลับมาขยับและรอยเริ่มเห็นชัดขึ้น สามารถกลับมาให้แพทย์เช็กก่อนว่าถึงเวลาฉีดเพิ่มหรือยัง
โบท็อกซ์ริ้วรอย กับ ฟิลเลอร์ ต่างกันยังไง?
โบท็อกซ์
เหมาะกับรอยที่เกิดจากการขยับของกล้ามเนื้อ เช่น หน้าผาก ขมวดคิ้ว และหางตา
ฟิลเลอร์
ใช้เติมวอลลุ่มหรือร่องที่เกี่ยวกับโครงสร้างและการยุบตัวของใบหน้า
สองอย่างนี้ทำงานคนละแบบ จึงไม่สามารถใช้แทนกันได้ทุกปัญหา
ขั้นตอนการฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอย
1. ดูริ้วรอยและการขยับใบหน้า
แพทย์จะให้ลองยกคิ้ว ขมวดคิ้ว หรือยิ้ม เพื่อดูว่ารอยเกิดจากกล้ามเนื้อส่วนไหน
2. วางจุดฉีด
กำหนดตำแหน่งและปริมาณให้เหมาะกับรูปหน้า
3. ทำความสะอาดผิว
เตรียมบริเวณที่จะฉีด
4. ฉีดโบท็อกซ์
ใช้เวลาไม่นานในแต่ละจุด
5. แนะนำการดูแลหลังทำ
หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยทำตามคำแนะนำของแพทย์
การดูแลหลังฉีด
โดยทั่วไปควร
- หลีกเลี่ยงการกดหรือนวดจุดที่ฉีดเอง
- ดูแลบริเวณรอยเข็มให้สะอาด
- หลีกเลี่ยงการกระแทกบริเวณที่เพิ่งฉีด
- สังเกตอาการหลังทำ
- เข้ามาติดตามผลตามที่แพทย์แนะนำ

