โปรแกรมหน้าเรียว

ทำความรู้จักหัตถการ

โปรแกรม Babi Fat

Babi Fat

เปรียบเทียบกับโปรแกรมอื่น

Babi Fat เป็นหนึ่งในโปรแกรมสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องความเต็มของใบหน้า แก้ม เหนียง หรือบริเวณใต้คาง

Babi Fat เหมาะกับปัญหาแบบไหน?
ภาพผลิตภัณฑ์โปรแกรม Babi Fat ที่ The Ality Clinic

ก่อนเลือกโปรแกรม แพทย์จะประเมินก่อนว่าส่วนที่ทำให้ใบหน้าดูเต็มเกิดจาก ไขมัน กล้ามเนื้อ โครงหน้า หรือความหย่อนของผิว เพราะแต่ละสาเหตุต้องใช้วิธีดูแลต่างกัน

Babi Fat เหมาะกับปัญหาแบบไหน?

โปรแกรมนี้อยู่ในกลุ่มการดูแล ไขมันสะสมเฉพาะจุดบริเวณใบหน้า

บริเวณที่มักเข้ามาปรึกษา ได้แก่ แก้ม แก้มล่าง เหนียง ใต้คาง และแนวกรอบหน้า

แต่ก่อนทำควรดูให้ชัดว่าบริเวณดังกล่าวมีไขมันเป็นสาเหตุหลักจริงหรือไม่

หน้าใหญ่ไม่ได้เกิดจากไขมันอย่างเดียว

ถ้าใบหน้าดูเต็มจาก ไขมันแก้มหรือเหนียง โปรแกรมดูแลไขมันเฉพาะจุดอาจเป็นหนึ่งในตัวเลือก

ถ้าช่วงกรามดูกว้างจาก กล้ามเนื้อ Masseter Botox กรามจะตรงกับสาเหตุมากกว่า

ถ้ากรอบหน้าไม่ชัดจาก ผิวหย่อน อาจต้องดูโปรแกรมยกกระชับร่วมด้วย

และถ้าเกิดจาก โครงกระดูก โปรแกรมลดไขมันไม่สามารถเปลี่ยนโครงกระดูกได้

บางคนมีมากกว่าหนึ่งสาเหตุร่วมกัน จึงควรดูรูปหน้าก่อนเลือกโปรแกรม

Babi Fat กับ Botox กรามต่างกันยังไง?

Babi Fat อยู่ในกลุ่มโปรแกรมสำหรับปัญหาไขมันเฉพาะจุด

ส่วน Botox กราม ใช้กับกล้ามเนื้อกรามที่มีขนาดใหญ่หรือทำงานมาก

ถ้ามีทั้งไขมันแก้มและกล้ามเนื้อกราม สามารถประเมินทั้งสองส่วนร่วมกันได้

Babi Fat กับโปรแกรมยกกระชับต่างกันยังไง?

ถ้ากรอบหน้าไม่ชัดเพราะมีชั้นไขมันบริเวณแก้มล่างหรือใต้คาง แนวทางดูแลจะต่างจากคนที่ไขมันไม่มากแต่มีความหย่อนของผิว

การเลือกโปรแกรมจึงควรเริ่มจากการแยกก่อนว่า ปัญหาหลักอยู่ที่ไขมันหรือผิว

ต้องทำกี่ครั้ง?

จำนวนครั้งไม่ได้เท่ากันทุกคน

แพทย์จะดูจากปริมาณไขมัน พื้นที่ที่ต้องการดูแล วิธีที่เลือกใช้ และการตอบสนองหลังทำ

จึงควรประเมินเป็นรายบุคคลมากกว่ากำหนดจำนวนครั้งตายตัวตั้งแต่ก่อนเริ่ม

เห็นผลเมื่อไหร่?

ระยะเวลาที่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับ ผลิตภัณฑ์และวิธีที่ใช้จริง

ช่วงแรกหลังหัตถการอาจมีอาการบวม แดง ตึง รอยเข็ม หรือรอยช้ำ จึงไม่ควรประเมินผลจากรูปหน้าในวันแรก

แพทย์จะนัดประเมินหลังบริเวณที่ทำเริ่มเข้าที่แล้ว

คนผอมแต่มีเหนียงทำได้ไหม?

คนที่น้ำหนักไม่มากก็สามารถมีไขมันสะสมใต้คางหรือบริเวณแก้มได้ เพราะการกระจายไขมันและโครงหน้าของแต่ละคนต่างกัน

จึงควรดูชั้นไขมันบริเวณจริงมากกว่าดูจากน้ำหนักเพียงอย่างเดียว

คำถามที่พบบ่อย