บริการของเรา

ทำความรู้จักหัตถการ

Sculptra

Sculptra®

Sculptra® โปรแกรมกระตุ้นคอลลาเจนจาก Galderma สำหรับคนที่เริ่มรู้สึกว่าผิวไม่แน่นเหมือนเดิม มีความหย่อน วอลลุ่มของใบหน้าลดลง หรืออยากฟื้นโครงสร้างผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป

Sculptra คืออะไร?
ภาพกล่องและขวด Sculptra จาก Galderma

Sculptra คืออะไร?

Sculptra เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Collagen Biostimulator

ตัวผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยอนุภาค PLLA-SCA ซึ่งเมื่อฉีดเข้าไปในชั้นเนื้อเยื่อ จะกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่บริเวณนั้น

เมื่อคอลลาเจนค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ผิวจึงสามารถดู

  • แน่นขึ้น
  • กระชับขึ้น
  • เรียบขึ้น
  • ดูมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
  • วอลลุ่มที่ลดลงตามวัยดูดีขึ้น
  • โครงสร้างของผิวดูแข็งแรงขึ้น

ผลจึงค่อย ๆ มา ไม่ได้เปลี่ยนรูปหน้าทันทีหลังฉีด

PLLA-SCA™ คืออะไร?

PLLA ย่อมาจาก Poly-L-Lactic Acid

เป็นวัสดุสังเคราะห์ที่สามารถย่อยสลายได้ในร่างกาย และถูกใช้ในงานทางการแพทย์มาเป็นเวลานาน

สำหรับ Sculptra ทาง Galderma ใช้คำว่า PLLA-SCA™ เพื่อเรียก formulation และอนุภาค PLLA ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของ Sculptra โดยเฉพาะ

หลังฉีด อนุภาคเหล่านี้จะกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมของเนื้อเยื่อและช่วยให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเองเพิ่มขึ้น

จากนั้น PLLA จะค่อย ๆ ถูกย่อยสลายไปตามธรรมชาติ

Sculptra ช่วยเรื่องอะไร?

เหมาะกับคนที่เริ่มมีปัญหา เช่น

  • ผิวเริ่มหย่อน
  • ผิวไม่แน่นเหมือนเดิม
  • แก้มเริ่มดูแฟบหรือสูญเสียวอลลุ่ม
  • Skin Quality ลดลง
  • ใบหน้าดูโทรมจากการสูญเสียโครงสร้างผิว
  • ริ้วรอยและร่องบางส่วนชัดขึ้นตามอายุ
  • กรอบหน้าเริ่มไม่กระชับ
  • อยากดูแลผิวแบบค่อย ๆ เปลี่ยนและดูเป็นธรรมชาติ
ภาพรีวิว Sculptra ก่อนทำและหลังทำ 6 เดือน ซึ่งได้รับจาก Sculptra
ภาพรีวิวได้รับจาก Sculptra ไม่ใช่ผลการรักษาจากทางคลินิก

Sculptra กระตุ้นอะไร?

จุดเด่นหลักของ Sculptra คือการกระตุ้น Collagen

โดยเฉพาะ Type I Collagen ซึ่งเป็นหนึ่งในคอลลาเจนหลักที่มีบทบาทต่อความแข็งแรงและโครงสร้างของผิว

ข้อมูลของ Galderma ยังมีการศึกษาที่พบการเปลี่ยนแปลงด้าน Collagen และ Elastin หลังการรักษาด้วย Sculptra

ผลจึงไม่ใช่เพียงเรื่องวอลลุ่ม แต่ยังเกี่ยวข้องกับ

  • ความแน่น
  • ความกระชับ
  • ความยืดหยุ่น
  • Skin Quality

Sculptra ต่างจากฟิลเลอร์ยังไง?

นี่เป็นหนึ่งในความต่างที่สำคัญที่สุด

Sculptra

ไม่ได้เติมรูปทรงด้วยเจล HA โดยตรง

แต่ใช้ PLLA เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนของตัวเอง

ผลจึงค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามเวลา

HA Filler

ใช้ Hyaluronic Acid เติมเข้าไปในบริเวณที่ต้องการ

จึงเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านวอลลุ่มได้ทันทีมากกว่า และสามารถใช้สร้างรูปทรง เช่น

  • คาง
  • ปาก
  • จมูก
  • หน้าแก้ม

Sculptra จึงเหมาะกับคนที่ต้องการ ฟื้นโครงสร้างผิวแบบภาพรวม มากกว่าการปั้นจุดใดจุดหนึ่งให้ชัดในทันที

Sculptra เห็นผลทันทีไหม?

หลังฉีดอาจเห็นใบหน้าดูเต็มขึ้นในช่วงแรก แต่ส่วนหนึ่งเกิดจากน้ำที่ใช้ผสมผลิตภัณฑ์

วอลลุ่มส่วนนี้จะค่อย ๆ ลดลง

ผลจริงของ Sculptra จะค่อย ๆ เกิดจากการสร้างคอลลาเจน

โดยข้อมูลของ Galderma ระบุว่าสามารถเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ประมาณ 1 เดือน และจะค่อย ๆ ดีขึ้นต่อเนื่องตามเวลา

จึงไม่ควรประเมินผลจากหน้าทันทีหลังฉีด

Sculptra เริ่มเห็นผลเมื่อไหร่?

โดยทั่วไปสามารถเริ่มสังเกตการเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงประมาณ

3–4 สัปดาห์หลังทำ

จากนั้นผลจะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงหลายเดือน เพราะร่างกายต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจน

บางคนจึงรู้สึกว่าผิวค่อย ๆ ดูดีขึ้นโดยไม่ได้มีวันที่เปลี่ยนอย่างชัดเจนเหมือนการเติมฟิลเลอร์

ผลชัดเมื่อไหร่?

หลังทำต่อเนื่องตามแผน ผลด้าน

  • ความแน่น
  • ความกระชับ
  • Skin Quality
  • วอลลุ่มของเนื้อเยื่อ

จะค่อย ๆ พัฒนาขึ้นในช่วงหลายเดือน

ข้อมูลของ Galderma พบการเพิ่มของ Type I Collagen ได้ตั้งแต่ประมาณเดือนที่ 3

จึงเป็นโปรแกรมที่ควรมองผลแบบ ระยะกลางถึงระยะยาว มากกว่าการต้องการผลทันที

Sculptra อยู่ได้นานแค่ไหน?

Sculptra มีข้อมูลการศึกษาติดตามผลต่อเนื่องได้ สูงสุดประมาณ 2 ปี

Galderma มีการติดตามผู้เข้าร่วมจนถึง 96 สัปดาห์ และยังพบการเปลี่ยนแปลงด้าน

  • Skin Firmness
  • Skin Tightness
  • Skin Glow
  • Jawline Contour
  • ภาพรวมด้านความงาม

ในผู้เข้าร่วมจำนวนหนึ่งจนถึงช่วงประมาณ 2 ปี

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเห็นผลเท่ากันครบ 2 ปี

ระยะจริงขึ้นอยู่กับ

  • อายุ
  • ปริมาณคอลลาเจนเดิม
  • จำนวนครั้งที่ทำ
  • จำนวน vial
  • บริเวณที่ฉีด
  • สภาพผิว
  • ไลฟ์สไตล์
  • กระบวนการสร้างคอลลาเจนของแต่ละคน

Sculptra ต้องทำกี่ครั้ง?

โดยทั่วไปมักวางแผนประมาณ

2–3 ครั้ง

โดยเว้นระยะระหว่างครั้งตามแผนของแพทย์

Galderma Thailand มีคำแนะนำโดยทั่วไปอยู่ในช่วงประมาณ 4–8 สัปดาห์ต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับโปรโตคอลและการประเมินของแพทย์

บางคนอาจต้องการจำนวนครั้งน้อยหรือมากกว่านี้ตามอายุ คุณภาพผิว และระดับการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการ

ต้องใช้กี่ vial?

ไม่มีจำนวน vial ที่เหมือนกันทุกคน

แพทย์จะดูจาก

  • อายุ
  • ขนาดใบหน้า
  • ระดับการสูญเสียวอลลุ่ม
  • ความหย่อน
  • คุณภาพผิว
  • บริเวณที่ต้องการดูแล
  • จำนวนครั้งที่วางแผน

จึงไม่ควรใช้จำนวน vial ของคนอื่นมาเป็นมาตรฐานว่าตัวเองต้องใช้เท่ากัน

Sculptra 1 vial กี่ cc?

Sculptra ไม่เหมือนฟิลเลอร์ที่เปิดกล่องมาแล้วมี 1 cc พร้อมฉีด

Sculptra มาในรูปแบบผงแห้ง

ภายใน 1 vial มี

PLLA 150 mg

ก่อนใช้ แพทย์จะนำผลิตภัณฑ์ไปผสมกับ Sterile Water for Injection ตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ และอาจมีการเติม Lidocaine ตามโปรโตคอลที่เหมาะสม

ดังนั้นคำว่า “1 vial กี่ cc” จึงไม่มีตัวเลขตายตัวเหมือน HA Filler เพราะปริมาตรหลังผสมขึ้นอยู่กับคำแนะนำผลิตภัณฑ์และวิธีเตรียมที่ใช้

Sculptra มี Lidocaine ไหม?

ในขวด Sculptra เดิม ไม่ได้มี Lidocaine ผสมมาในผงผลิตภัณฑ์

แต่ตาม Instructions for Use สามารถเติม Lidocaine ในขั้นตอนการเตรียมผลิตภัณฑ์ก่อนฉีดเพื่อช่วยลดความรู้สึกเจ็บได้

จึงต่างจาก HA Filler บางรุ่นที่มี Lidocaine ผสมอยู่ใน syringe ตั้งแต่โรงงาน

Sculptra ฉีดตรงไหนได้บ้าง?

บริเวณบนใบหน้าที่มีข้อมูลการใช้งาน เช่น

  • แก้ม
  • Midface
  • บริเวณที่สูญเสียวอลลุ่ม
  • ร่องแก้ม
  • ร่องมุมปาก
  • ช่วงแก้มด้านข้าง
  • แนวกรอบหน้าในแผนที่เหมาะสม

ปัจจุบันข้อมูลของ Sculptra ยังเน้นเรื่องการปรับ Skin Quality และความกระชับของบริเวณแก้มและ Jawline มากขึ้นด้วย

Sculptra ฉีดใต้ตาได้ไหม?

Sculptra ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์สำหรับฉีดในบริเวณรอบดวงตาโดยตรง

บริเวณ Periorbital มีผิวบางและมีโครงสร้างละเอียด จึงไม่ใช่ตำแหน่งที่ควรนำ Sculptra ไปใช้แบบเดียวกับฟิลเลอร์ใต้ตา

หากมีร่องใต้ตาหรือผิวรอบตา ควรประเมินผลิตภัณฑ์หรือวิธีที่เหมาะกับบริเวณนั้นโดยเฉพาะ

Sculptra ฉีดปากได้ไหม?

ไม่เหมาะค่ะ

Sculptra ไม่ควรฉีดเข้าไปใน Vermilion หรือเนื้อริมฝีปาก

ถ้าต้องการเพิ่มวอลลุ่มหรือปรับทรงปาก HA Filler ที่ออกแบบสำหรับริมฝีปาก เช่น Restylane Kysse จะตรงกับงานมากกว่า

Sculptra ช่วยกรอบหน้าไหม?

ถ้ากรอบหน้าเริ่มไม่ชัดจากการสูญเสียโครงสร้างของผิวและความหย่อน Sculptra สามารถช่วยในภาพรวมผ่านการฟื้นคอลลาเจนและความกระชับของผิวได้

ข้อมูลการศึกษาของ Galderma พบการปรับดีขึ้นของ Jawline Contour หลังการรักษาบริเวณแก้มในผู้เข้าร่วมจำนวนหนึ่ง

แต่ไม่ได้ทำงานเหมือนการร้อยไหมที่ให้แรงยกเชิงกลโดยตรง หรือฟิลเลอร์ที่สร้างเส้นกรอบหน้าทันที

Sculptra ทำให้หน้าฟูไหม?

เป้าหมายของ Sculptra ไม่ใช่การเติมหน้าฟูทันที

เมื่อคอลลาเจนเพิ่มขึ้น เนื้อเยื่ออาจค่อย ๆ ดูเต็มและแข็งแรงขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงจะเกิดทีละน้อย

ถ้าต้องการทำโดยเน้นความเป็นธรรมชาติ แพทย์จะวางทั้งจำนวน vial และตำแหน่งเพื่อไม่ให้เกิดการเพิ่มวอลลุ่มมากเกินความต้องการ

Sculptra เหมาะกับคนอายุเท่าไหร่?

ไม่ได้เลือกจากอายุอย่างเดียว

คนที่เริ่มมี

  • Collagen Loss
  • Skin Laxity
  • วอลลุ่มลดลง
  • ผิวเริ่มบาง
  • Skin Quality ลดลง

สามารถเข้ามาประเมินได้

บางคนเริ่มมีปัญหาค่อนข้างเร็ว ขณะที่บางคนอายุมากกว่าแต่ยังมีโครงสร้างผิวดี จึงควรดูสภาพใบหน้าจริงมากกว่าใช้เลขอายุอย่างเดียว

Sculptra ต่างจาก Skinbooster ยังไง?

Sculptra

เน้นกระตุ้นคอลลาเจนและฟื้นโครงสร้างของผิว

Skinbooster

ส่วนใหญ่เน้นเรื่อง

  • ความชุ่มชื้น
  • Skin Texture
  • Fine Lines
  • ผิวอิ่มน้ำ

จึงทำงานคนละด้าน

บางคนสามารถวางแผนทั้ง Sculptra และ Skinbooster เพื่อดูแลทั้ง โครงสร้างผิว + ความชุ่มชื้น ได้

Sculptra ต่างจาก HarmonyCa ยังไง?

ทั้งคู่จัดอยู่ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นคอลลาเจน แต่ส่วนประกอบและวิธีทำงานต่างกัน

Sculptra

ใช้ PLLA-SCA เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และผลจะค่อย ๆ เกิดขึ้น

HarmonyCa

เป็น Hybrid Injectable ที่รวม HA กับ CaHA จึงมีทั้งส่วนของการเติมด้วย HA และส่วนที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนจาก CaHA

จึงไม่ได้ให้ลักษณะผลเหมือนกัน

Sculptra ต่างจากฟิลเลอร์ HA ยังไง?

ถ้าสรุปง่าย ๆ

อยากเติมให้เห็นทรงทันที → HA Filler

อยากฟื้นคอลลาเจนและโครงสร้างผิวแบบค่อย ๆ เปลี่ยน → Sculptra

แต่ในบางคนสามารถวางแผนสองอย่างร่วมกันได้ เพราะแก้คนละส่วนของปัญหา

หลังฉีด Sculptra ต้องนวดไหม?

มีค่ะ

คำแนะนำที่ Galderma ใช้คือหลัก 5-5-5

5 นาที วันละ 5 ครั้ง ต่อเนื่อง 5 วัน

โดยนวดบริเวณที่ฉีดตามวิธีที่แพทย์แนะนำ เพื่อช่วยให้ผลิตภัณฑ์กระจายตัวอย่างเหมาะสม

หากแพทย์ผู้ทำให้คำแนะนำต่างออกไป ควรใช้คำแนะนำของแพทย์ที่ทราบตำแหน่งและเทคนิคที่ใช้จริงเป็นหลัก

หลังทำมีอาการอะไรได้บ้าง?

หลังฉีดอาจมี

  • บวม
  • แดง
  • เจ็บหรือตึง
  • รอยเข็ม
  • รอยช้ำ
  • เลือดออกเล็กน้อย
  • คันบริเวณที่ฉีด

อาการส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ลดลง

อีกเรื่องที่ควรรู้คือ Sculptra สามารถเกิด ก้อนหรือตุ่มใต้ผิว ได้ ทั้งแบบที่คลำได้แต่ไม่เห็น และบางกรณีอาจเกิดก้อนขนาดใหญ่หรือมีการอักเสบภายหลัง

จึงควรทำโดยแพทย์ที่ได้รับการฝึกในการใช้ผลิตภัณฑ์และเข้าใจชั้นที่ควรฉีด

Sculptra สลายได้ไหม?

PLLA สามารถค่อย ๆ ถูกย่อยสลายตามธรรมชาติของร่างกาย

แต่ ไม่สามารถใช้ Hyaluronidase ฉีดสลายเหมือน HA Filler

เพราะ Sculptra ไม่ใช่ Hyaluronic Acid

ดังนั้นการเลือกตำแหน่ง ชั้น ปริมาณ และเทคนิคตั้งแต่แรกจึงสำคัญมาก

ข้อมูล Sculptra

  • แบรนด์: Sculptra®
  • บริษัท: Galderma
  • ประเภท: Collagen Biostimulator
  • สารหลัก: Poly-L-Lactic Acid หรือ PLLA-SCA™
  • PLLA: 150 mg / vial
  • Sodium Carboxymethylcellulose: 90 mg
  • Mannitol: 127.5 mg
  • รูปแบบผลิตภัณฑ์: ผงแห้งสำหรับนำมาผสมก่อนฉีด
  • ไม่ใช่ HA Filler
  • เป็นผลิตภัณฑ์ที่ร่างกายสามารถย่อยสลายได้

คำถามที่พบบ่อย