Elasty คืออะไร?
Elasty เป็นฟิลเลอร์ประเภท Cross-linked Hyaluronic Acid ความเข้มข้น 24 mg/ml
เนื้อเจลเป็นแบบ Monophasic หรือเนื้อเจลที่มีความเป็นเนื้อเดียวกัน และใช้เทคโนโลยีเฉพาะของแบรนด์ที่เรียกว่า PNET™ — Preserved Natural Entanglement Technology ในกระบวนการ Cross-link HA
เมื่อฉีดในตำแหน่งที่เหมาะสม สามารถใช้เพื่อเติมส่วนที่ยุบ เติมร่อง หรือเพิ่มมิติให้กับรูปหน้าได้
Elasty มีเนื้อฟิลเลอร์ให้เลือก 3 ระดับ ได้แก่ Fine, Deep และ Grand เพื่อให้เลือกใช้ตามบริเวณและลักษณะงาน ตั้งแต่งานที่ต้องการความนุ่ม ไปจนถึงจุดที่ต้องการการคงรูปมากขึ้น
Elasty มีรุ่นอะไรบ้าง?
Elasty Fine

เป็นเนื้อที่นุ่มที่สุดใน 3 รุ่น เหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียดและความกลมกลืนกับเนื้อเยื่อ
มักถูกเลือกใช้กับบริเวณ เช่น
- ริมฝีปาก
- ริ้วรอยตื้น
- บริเวณที่ต้องการฟิลเลอร์เนื้อนุ่ม
- จุดที่มีการขยับค่อนข้างมาก
เหมาะกับงานที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ มากกว่าการสร้างโครงหรือพุ่งชัด
Elasty Deep

เป็นเนื้อระดับกลาง ใช้งานได้ค่อนข้างหลากหลาย ทั้งเติมร่องและเพิ่มวอลลุ่ม
มักใช้กับบริเวณ เช่น
- ร่องแก้ม
- ร่องมุมปาก
- ริมฝีปาก
- หน้าแก้ม
- คาง
- บริเวณที่ต้องการเติมวอลลุ่มในระดับปานกลาง
เป็นรุ่นที่อยู่ตรงกลางระหว่างความนุ่มของ Fine และการคงรูปของ Grand
Elasty Grand

เป็นรุ่นที่มีความหนืดและการคงรูปมากที่สุดในซีรีส์
เหมาะกับงานที่ต้องการเพิ่มมิติหรือสร้างโครง เช่น
- คาง
- กรอบหน้า
- หน้าแก้ม
- บริเวณที่ต้องการเพิ่มวอลลุ่ม
- จุดที่ต้องการแรงพยุงและการคงรูปมากขึ้น
Fine, Deep และ Grand ถูกออกแบบให้มีคุณสมบัติของเนื้อเจลต่างกัน เพื่อเลือกใช้กับบริเวณต่าง ๆ ของใบหน้าได้เหมาะสมขึ้น
Fine / Deep / Grand ต่างกันยังไง?
ถ้าสรุปแบบเข้าใจง่าย
Fine
เนื้อนุ่ม เหมาะกับงานละเอียดและบริเวณที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ
Deep
เนื้อระดับกลาง ใช้ได้ทั้งเติมร่องและเติมวอลลุ่ม
Grand
เนื้อแน่นและคงรูปมากกว่า เหมาะกับงานเพิ่มมิติและปรับโครงหน้า
ไม่ได้หมายความว่ารุ่นที่แน่นกว่าจะดีกว่า แต่ควรเลือกเนื้อให้ตรงกับจุดที่จะฉีด
PNET™ Technology คืออะไร?
PNET ย่อมาจาก Preserved Natural Entanglement Technology
เป็นเทคโนโลยี Cross-linking ของ Elasty ที่ใช้ในการสร้างโครงสร้างของ HA Gel โดยผู้ผลิตระบุว่าออกแบบให้ใช้ BDDE ในกระบวนการ Cross-linking ในปริมาณต่ำ และมีขั้นตอนกำจัด BDDE ที่เหลือออกจากผลิตภัณฑ์
เทคโนโลยีนี้ใช้เพื่อให้เนื้อเจลมีทั้งความยืดหยุ่น ความหนืด และการเกาะตัวที่เหมาะกับการใช้งานของฟิลเลอร์
Elasty Plus คืออะไร?
Elasty มีซีรีส์ Plus ได้แก่
- Elasty F Plus
- Elasty D Plus
- Elasty G Plus
โดยรุ่น Plus มี Lidocaine 0.3% ผสมอยู่ในเนื้อฟิลเลอร์ เพื่อช่วยลดความรู้สึกเจ็บระหว่างฉีด HA 24 mg/ml และ Lidocaine 0.3% สำหรับซีรีส์ Plus
ถ้ามีประวัติแพ้ Lidocaine หรือยาชา ควรแจ้งแพทย์ก่อนฉีด
Elasty ใช้เติมตรงไหนได้บ้าง?
สามารถเลือกเนื้อให้เหมาะกับหลายบริเวณ เช่น
- ปาก
- คาง
- ร่องแก้ม
- ร่องมุมปาก
- หน้าแก้ม
- แก้มตอบ
- หน้าผาก
- กรอบหน้า
- บริเวณที่สูญเสียวอลลุ่ม
แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกจุดควรใช้รุ่นเดียวกัน เพราะบริเวณที่ขยับเยอะกับบริเวณที่ต้องการสร้างโครงต้องการเนื้อฟิลเลอร์คนละแบบ
Elasty เหมาะกับใคร?
อาจเหมาะกับคนที่
- ต้องการเติมวอลลุ่มบริเวณที่ยุบ
- มีร่องบนใบหน้าที่เริ่มเห็นชัด
- ต้องการเพิ่มวอลลุ่มริมฝีปาก
- ต้องการปรับคางหรือสัดส่วนของใบหน้า
- ต้องการเพิ่มมิติบริเวณหน้าแก้ม
- ต้องการปรับแนวกรอบหน้า
- ต้องการ HA Filler ที่สามารถสลายได้หากจำเป็น
- อยากให้แพทย์เลือกความแน่นของเนื้อฟิลเลอร์ให้ตรงกับแต่ละจุด
Elasty อยู่ได้นานแค่ไหน?
ระยะเวลาจะต่างกันตามรุ่นและบริเวณที่ฉีด
ช่วงเวลาที่มักใช้อ้างอิงคือ
ตัวเลขเหล่านี้เป็นช่วงโดยประมาณ ไม่ใช่ระยะเวลารับประกันจากผู้ผลิต เพราะเว็บทางการ Elasty ไม่ได้กำหนดจำนวนเดือนตายตัวของแต่ละรุ่น
ระยะจริงยังขึ้นอยู่กับ
- รุ่นที่ใช้
- จุดที่ฉีด
- ชั้นที่ฉีด
- ปริมาณที่ใช้
- การขยับของบริเวณนั้น
- การเผาผลาญของแต่ละคน
บริเวณที่ขยับบ่อยอย่างริมฝีปากจึงอาจสลายเร็วกว่าบริเวณที่ใช้ฟิลเลอร์เนื้อแน่นเพื่อปรับโครงหน้า
Elasty ฉีดปากได้ไหม?
ได้ โดยเฉพาะรุ่นที่มีเนื้อค่อนข้างนุ่มหรือระดับกลาง สามารถนำมาวางแผนสำหรับเพิ่มวอลลุ่มและปรับทรงริมฝีปากได้
การเลือก Fine หรือ Deep จะขึ้นอยู่กับลักษณะปากเดิมและทรงที่ต้องการ เช่น ต้องการความนุ่ม ความฟู หรือรายละเอียดของขอบปาก
จุดสำคัญคือไม่ควรเลือกจากชื่อรุ่นอย่างเดียว แต่ต้องดูเนื้อฟิลเลอร์กับทรงที่ต้องการไปพร้อมกัน
Elasty ฉีดคางได้ไหม?
ได้ โดยมักเลือกรุ่นที่มีการคงรูปมากขึ้น เช่น Deep หรือ Grand ตามรูปคางและระดับการปรับที่ต้องการ
ถ้าต้องการเพิ่มความยาวหรือ Projection ของคาง เนื้อที่มีแรงพยุงมากกว่าจะช่วยรักษารูปทรงได้ดีกว่าเนื้อที่นุ่มมาก
Elasty สลายได้ไหม?
ได้ค่ะ
Elasty เป็น Hyaluronic Acid Filler จึงสามารถใช้ Hyaluronidase ช่วยสลายได้หากแพทย์เห็นว่าจำเป็น
การสลายควรทำหลังจากแพทย์ประเมินตำแหน่งและปริมาณฟิลเลอร์ก่อน
หลังฉีด Elasty กี่วันเข้าที่?
หลังฉีดสามารถเห็นวอลลุ่มหรือรูปทรงที่เปลี่ยนไปได้ทันที แต่ช่วงแรกอาจมีอาการบวมจากเข็มและการฉีดร่วมด้วย
โดยทั่วไปควรรอประมาณ 1–2 สัปดาห์ ให้อาการบวมลดลงก่อนประเมินรูปทรงอีกครั้ง
ถ้าเป็นบริเวณริมฝีปาก อาการบวมช่วงแรกอาจเห็นชัดกว่าบริเวณอื่น
ฉีด Elasty แล้วบวมไหม?
หลังทำอาจมี
- บวม
- แดง
- รอยเข็ม
- รอยช้ำ
- เจ็บหรือตึงเล็กน้อย
อาการจะมากน้อยต่างกันตามบริเวณที่ฉีดและแต่ละคน
หากมีอาการ ปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ผิวซีดหรือเปลี่ยนสีผิดปกติ หรือมีความผิดปกติด้านการมองเห็น ควรติดต่อแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นอาการที่ต้องได้รับการประเมินเร่งด่วน
Elasty ของแท้ดูยังไง?
ก่อนฉีดควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ได้
เช็กได้จาก
- ชื่อ ELASTY
- รุ่น Fine / Deep / Grand
- เป็นรุ่น Plus หรือไม่
- ขนาดของ syringe
- เลข Lot
- วันหมดอายุ
- ข้อมูลผู้ผลิต Dongbang Medical
- ข้อมูลบนกล่องและ syringe ตรงกัน
- สภาพบรรจุภัณฑ์เรียบร้อย
บรรจุภัณฑ์อาจแตกต่างกันตามรุ่นและประเทศที่จำหน่าย จึงควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้จริงก่อนฉีด
ที่ The Ality ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ได้ก่อนฉีด
ก่อนทำสามารถดูกล่อง รุ่น เลข Lot และผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้จริงได้
เปิดกล่องให้ดูก่อนใช้ ตรวจสอบได้ และไม่มีเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ลับหลัง
เพราะฟิลเลอร์แต่ละรุ่นมีเนื้อไม่เหมือนกัน การรู้ว่าใช้รุ่นไหนจึงสำคัญพอ ๆ กับการรู้ว่าใช้กี่ cc
ข้อมูล Elasty
- ประเภท: Cross-linked Hyaluronic Acid Filler
- ผู้ผลิต: Dongbang Medical Co., Ltd.
- ประเทศ: เกาหลีใต้
- HA: 24 mg/ml
- ลักษณะเจล: Monophasic
- เทคโนโลยี: PNET™
- ขนาด: 1 ml / syringe
- มี 3 เนื้อหลัก: Fine / Deep / Grand
ปริมาณ BDDE residue ต่ำกว่า 0.2 ppm และใช้ PNET Technology เพื่อสร้างคุณสมบัติด้านความยืดหยุ่น ความหนืด และการคงรูปของเนื้อเจล
