ดูแลตั้งแต่การทำความสะอาดผิว พ่นออกซิเจน ผลักวิตามิน มาส์กผิว ไปจนถึงทรีตเมนต์ความเย็นและการบำรุงปิดท้าย
ใช้เวลาหนึ่งโปรแกรมดูแลผิวแบบครบขั้นตอน โดย ไม่ใช่โปรแกรมฉีด
Skin Reboot Facial ช่วยเรื่องอะไร?
เหมาะกับคนที่รู้สึกว่า
- ผิวแห้งหรือขาดความชุ่มชื้น
- ผิวดูเหนื่อยล้า
- ผิวหมอง ไม่ค่อยสดใส
- แต่งหน้าแล้วผิวดูไม่เรียบ
- อยากบำรุงผิวก่อนวันสำคัญ
- ต้องการทรีตเมนต์ผิวแบบสบาย ๆ
- อยากดูแลผิวเป็นประจำโดยไม่ใช้เข็ม

6 ขั้นตอน Skin Reboot Facial
Step 1 — Facial Cleansing
ทำความสะอาดผิวหน้า
เริ่มจากทำความสะอาดผิวหน้า เพื่อล้างเครื่องสำอาง ความมัน ฝุ่น และสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่บนผิว
ช่วยเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไป
Step 2 — Oxygen Jet Therapy
พ่นออกซิเจนบริสุทธิ์
ใช้แรงดันพ่นออกซิเจนลงบนผิวอย่างอ่อนโยน
ช่วยให้ผิวรู้สึกสดชื่น ลดความรู้สึกเหนอะหนะ และเตรียมผิวก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการบำรุงด้วยวิตามิน
เป็นขั้นตอนที่ให้ความรู้สึกเย็นสบายและผ่อนคลาย
Step 3 — Phonophoresis
ผลัก 2 วิตามินด้วยคลื่นเสียงอุ่น
ใช้ Phonophoresis หรือคลื่นเสียงร่วมกับความอุ่น เพื่อช่วยนำผลิตภัณฑ์บำรุงและวิตามินเข้าสู่ผิวได้ทั่วถึงมากกว่าการทาครีมเพียงอย่างเดียว
ขั้นตอนนี้ใช้ วิตามิน 2 สูตร เพื่อดูแล Skin Quality ตามโปรแกรม Skin Reboot Facial
ช่วยให้ผิวรู้สึก
- ชุ่มชื้นขึ้น
- นุ่มขึ้น
- ดูอิ่มขึ้น
- สดใสขึ้น
Step 4 — Facial Mask
มาส์กบำรุงผิวหน้า
หลังจากผลักวิตามิน จะตามด้วยมาส์กบำรุงผิว
ช่วยเติมความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิว พร้อมให้ผิวได้พักก่อนเข้าสู่ขั้นตอนความเย็น
เหมาะมากสำหรับคนที่รู้สึกว่าผิวแห้ง ตึง หรือดูเหนื่อยล้า
Step 5 — Cryotherapy
ทรีตเมนต์ความเย็น + 2 วิตามิน
ใช้ความเย็นในการดูแลผิวร่วมกับวิตามินอีกครั้ง
ความเย็นช่วยให้ผิวรู้สึกสบายและสดชื่นหลังขั้นตอนก่อนหน้า พร้อมช่วยปลอบประโลมผิว
เป็นขั้นตอนปิดท้ายงานวิตามินก่อนลงผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
Step 6 — Moisturizing
บำรุงผิวด้วยครีม
ปิดท้ายด้วยการลงครีมบำรุง เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นและเสริม Skin Barrier
หลังจบโปรแกรม ผิวจะรู้สึกนุ่ม ชุ่มชื้น และสดชื่นขึ้น
หลังทำผิวเป็นยังไง?
หลังจบ Skin Reboot Facial ผิวโดยทั่วไปจะรู้สึก
- นุ่มขึ้น
- ชุ่มชื้นขึ้น
- สดชื่นขึ้น
- ดูอิ่มขึ้น
- Skin Texture ดูเรียบขึ้น
- ผิวที่ดูเหนื่อยล้าดูสดใสมากขึ้น
จุดเด่นคือสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงเรื่อง ความชุ่มชื้นและความสดชื่นของผิวได้ตั้งแต่หลังทำ
Skin Reboot Facial ต่างจาก Skinbooster ยังไง?
Skin Reboot Facial
เป็นทรีตเมนต์ภายนอก ไม่มีการฉีด เน้นความชุ่มชื้น ความสดชื่น และการบำรุงผิว
Skinbooster
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ฉีดเข้าสู่ชั้นผิว เช่น HA หรือ PN จึงเป็นคนละประเภทของโปรแกรม
ถ้าไม่อยากใช้เข็มและต้องการดูแลงานผิวแบบเบา ๆ Skin Reboot Facial เป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง
Skin Reboot Facial ต่างจาก Facial ทั่วไปยังไง?
Skin Reboot ไม่ได้มีแค่การทำความสะอาดและมาส์ก แต่รวม 6 ขั้นตอน ไว้ในโปรแกรมเดียว
Cleansing → Oxygen → Phonophoresis → Mask → Cryotherapy → Moisturizing
จึงได้ทั้งการทำความสะอาด เติมการบำรุง และปลอบประโลมผิวในครั้งเดียว
เจ็บไหม?
ไม่ใช้เข็มค่ะ
ระหว่างทำจะมีทั้งความรู้สึก
- เย็นจาก Oxygen Jet
- อุ่นจาก Phonophoresis
- สบายผิวจาก Facial Mask
- เย็นอีกครั้งจาก Cryotherapy
จึงเป็นโปรแกรมที่เน้นความสบายและผ่อนคลายระหว่างทำ
ต้องพักหน้าหลังทำไหม?
โดยทั่วไปไม่ต้องพักหน้า
หลังทำสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ และควรดูแลผิวต่อด้วย
- Moisturizer
- Sunscreen
- หลีกเลี่ยงการขัดหรือสครับผิวแรง ๆ หากผิวกำลังระคายเคือง
ใครเหมาะกับ Skin Reboot Facial?
เหมาะกับคนที่
- ผิวโทรมจากพักผ่อนน้อย
- อยู่ห้องแอร์เป็นเวลานาน
- ผิวแห้งหรือขาดน้ำ
- แต่งหน้าไม่ค่อยติด
- รู้สึกว่าผิวดูเหนื่อย
- อยากดูแลผิวก่อนวันสำคัญ
- อยากทำ Facial โดยไม่ใช้เข็ม
- ต้องการโปรแกรมดูแลผิวที่ทำได้เป็นประจำ
